สายดื่มต้องอ่าน ทำอย่างไรไม่ให้ "เมาค้าง"

สายดื่มต้องอ่าน ทำอย่างไรไม่ให้ “เมาค้าง”

สายดื่มต้องอ่าน ทำอย่างไรไม่ให้ “เมาค้าง” ในช่วงเวลาที่เรานั้นไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือแอลกอฮอล์  อย่างไรก็ตาม เชื่อได้เลยว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ตื่นมาพร้อมกับอาการเมาค้างในเช้าวันถัดไปหลังจากที่ดื่มเหล้าแบบไม่ทันยั้งมือ สำหรับอาการต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย หรือปวดศีรษะ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถทำให้คุณรู้สึกแย่ไปเกือบทั้งวัน 

สายดื่มต้องอ่าน ทำอย่างไรไม่ให้ “เมาค้าง”

ดังนั้น หากใครเป็นสายดื่มจะต้องรู้จักแนวทางในการดื่มอย่างไร ไม่ให้เมาค้าง และวันนี้เราก็มีทริคดีๆมาฝากทุกคนกันค่ะ

6 ทริคสำหรับสายดื่ม

1.ทานอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพ

การทานมื้อเช้าที่เต็มไปด้วยอาหารที่ดีต่อสุขภาพสามารถช่วยรักษาระดับของน้ำตาลในเลือด และมอบวิตามินและเกลือแร่ชดเชยให้ร่างกาย แม้ว่าการมีน้ำตาลในเลือดต่ำไม่ได้เป็นสาเหตุของอาการเมาค้างเสมอไป แต่ก็มีความเกี่ยวข้องกัน เพราะว่าหากน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็สามารถทำให้คุณมีอาการอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อ่อนเพลีย และไม่มีแรง นอกจากนี้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปยังทำให้สารเคมีในเลือดเสียสมดุล และทำให้กรดในเลือดสูงกว่าปกติ ส่งผลให้คุณมีอาการดังกล่าวเช่นกัน

2.จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์

ความรุนแรงของอาการเมาค้างขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่คุณดื่ม นอกจากนี้น้ำหนักตัว เพศ เวลาที่คุณดื่มแอลกอฮอล์ล่าสุด ชนิดของแอลกอฮอล์ และระยะเวลาในการดื่ม ก็สามารถส่งผลต่อปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเช่นกัน ทั้งนี้มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทำการติดตามคนวัยหนุ่มสาวที่ไปท่องเที่ยวจำนวน 112 คน พบว่า คนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากมีอาการเมาค้างรุนแรงกว่าคนอื่น ๆ ซึ่งคนที่ดื่มหนักกว่า 68% มีอาการเมาค้าง ดังนั้นหากคุณสามารถเพลา ๆ การดื่มได้ ก็อาจช่วยบรรเทาอาการเมาค้างค่ะ

3.ดื่มน้ำ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมคุณปวดปัสสาวะบ่อยหลังจากที่ดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น ๆ ? เครื่องดื่มเหล่านี้จะไปยับยั้งการหลั่งวาโซเปรสซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ลดปริมาณของปัสสาวะที่ผลิตโดยไต หากคุณมีอาการท้องเสีย เหงื่อออก หรืออาเจียน ร่างกายของคุณก็จะยิ่งสูญเสียน้ำ ซึ่งการจิบน้ำตลอดวันเพื่อทดแทนน้ำที่เสียไปก็อาจช่วยให้อาการดีขึ้นค่ะ

สายดื่มต้องอ่าน ทำอย่างไรไม่ให้ "เมาค้าง"

4.ทานยาแก้ปวด

การทานยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ชนิดอื่นๆ อาจช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะในตอนเช้า และอาการปวดในภาพรวม อย่างไรก็ตาม คุณควรหลีกเลี่ยงการทานยาอะเซตามิโนเฟนหรือ ยาพาราเซตามอล เพราะหากแอลกอฮอล์เข้าไปในกระแสเลือดแล้ว ก็อาจทำให้พิษของยาพาราเซตามอลที่มีต่อตับรุนแรงมากขึ้น

5.นอนหลับให้เพียงพอ

แอลกอฮอล์สามารถรบกวนการนอน และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดลงของคุณภาพและระยะเวลาของการนอน แม้ว่าการนอนน้อยไม่ได้ทำให้เกิดอาการเมาค้าง แต่ก็สามารถทำให้อาการดังกล่าวแย่ลง โดยทำให้คุณมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และหงุดหงิด อย่างไรก็ตาม การนอนให้เพียงพอและปล่อยให้ร่างกายได้ฟื้นตัวอาจช่วยบรรเทาอาการเมาค้างและทำให้คุณสามารถทนต่ออาการเหล่านั้นได้

6.ทานอาหารเสริมบางชนิด

1.โสมแดง: อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของโสมแดงช่วยลดแอลกอฮอล์ในเลือด และลดความรุนแรงของอาการเมาค้าง

2.ขิง: การทานขิงผสมกับน้ำตาลทรายแดงและสารสกัดจากส้มเขียวหวาน สามารถช่วยบรรเทาอาการเมาค้าง เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย

3.โสมไซบีเรีย: อาหารเสริมที่มีสารสกัดของโสมไซบีเรียช่วยบรรเทาอาการเมาค้าง และบรรเทาความรุนแรงของอาการในภาพรวม

ต้องบอกก่อนเลยว่า สิ่งที่สายดื่มทุกคนจะต้องพบเจอนั่นคือ อาการเมาค้าง ซึ้งเราเองไม่สามารถ ควบคุมตัวเองได้ในเวลาดื่มเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว การที่เราจะดื่มในแต่ละครั้ง เราจะต้องมีสติไว้ก่อน ควรที่จะรู้ลิมิตตัวเองว่าตัวเองดื่มได้เท่าไหร่ ควรพอเมื่อไหร่ เท่านี้ก็ช่วยเราได้เยอะเลยค่ะ

สาเหตุที่ทำให้สมองล้าเสี่ยง ” สมองเสื่อม” ก่อนวัย  ในยุคที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด พร้อมทั้งยังมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด และหลายคนต้องใช้ความคิด หรือทักษะการทำงาน ไปพร้อมๆกัน ซึ่งพบเจอได้ในหลายสายงาน เช่น สายการตลาดดิจิตอล สายวางแผน สายวิเคราะห์ สายออกแบบ  สายงานเหล่านี้ จะต้องใช้ความคิด และทักษะเยอะมากกว่าสายงานอื่นๆ

เริ่มต้นทำ”ธุรกิจส่วนตัว”อย่างไรดี ?  ความฝันสูงสุดของผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพราะการทำงานประจำมันค่อนข้างน่าเบื่อและยังไม่ตอบโจทย์คนที่คิดนอกกรอบเท่าไหร่นัก หลายปีมานี้มีเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย หลายคนคิดว่าทำงานได้ดั่งใจ ได้เงินง่าย รวยเร็ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทำธุรกิจให้ “รวย”